|
คำเตือนถึงภัยเงียบจากโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปีในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.มงคล ณ สงขลา
รมว.สาธารณสุข เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่าในวันที่
14 พ.ย. นี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก
เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั่วโลก รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันตัวเนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นภัยที่คร่าชีวิตคนทั่วโรคและมีแนวโน้มเพิ่มรุนแรงขึ้น
ในปี 2548 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานประมาณ
1.1 ล้านคน เฉลี่ยนาทีละ 2 คน
ป่วยกว่า 180 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น
2 เท่า ในปี 2573 โดยผู้ที่ป่วยร้อยละ
80 อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนใหญ่อายุระหว่าง
45-65 ปี สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีคนเป็นโรคเบาหวาน
47 ล้านคน มากที่สุดคือ อินเดีย
31 ล้านคน
นพ.มงคล กล่าวอีกว่า ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับ
4 จากการสำรวจล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2547 พบคนไทยเป็นโรคเบาหวาน
3 ล้านกว่าคน หรือเกือบร้อยละ 7 ของประชาชนอายุ
15 ปี ขึ้นไป เพิ่มจากปี 2534
กว่า 3 เท่าตัว ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 60
ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเบาหวาน จึงไม่ได้รักษาตัวตั้งแต่เริ่มแรกดังนั้นในปี
2550 กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้เร่งค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระบบบริการให้มากที่สุด
ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานหากไม่ได้รับการดูแลรักษาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคแทรกซ้อน
เช่น ตาบอด ไตวาย อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด
เป็นแผลเรื้อรังที่มือเท้า ต้องตัดนิ้วมือนิ้วเท้ามากกว่าคนปกติถึง
2 เท่า และมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดสูงกว่าคนปกติถึง
4 เท่า
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า
ที่ผ่านมาพบว่าคนในเมืองเป็นโรคเบาหวานมากกว่าชนบท
แต่ตอนนี้พบว่าปัญหาพอ ๆ กัน และจำนวนการป่วยจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ
โดยในปี 2548 ทั่วประเทศมีผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานเข้ารักษาตัวในสถานพยาบาลอยู่ในสังกัด
228, 545 คน พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 40-59
ปี รองลงมาคืออายุ 60 ปี และมีผู้เสียชีวิต
6,643 ราย เมื่อเทียบกับประชาชน 100,000
คนแล้ว จังหวัดที่มีอัตราเสียชีวิตของโรคนี้มากที่สุดได้แก
ขอนแก่น แสนละ 538 คน รองลงมาคือ
กรุงเทพมหานคร แสนละ 472 คน ร้อยเอ็ด
แสนละ 334 คน อุดรธานี แสนละ
314 คน และยังมีอีกประมาณ 5 ล้านคน
เสี่ยงเกิดโรคเบาหวานเพราะเริ่มมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ
โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างเรื้อรังจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตจากตับอ่อนหรือการออกฤทธิ์ของอินซูลิน
เพื่อนำน้ำตาลไปให้เซลล์ต่างๆ
ใช้เป็นพลังงานในร่างกายไม่ดีพอ ต้นเหตุของโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้รวมทั้งในไทยด้วย
กว่าร้อยละ 90 เกิดจากความอ้วนและน้ำหนักเกิน
ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการไม่ออกกำลังกายและการกินผักและผลไม้น้อย
โดยไขมันที่เพิ่มขึ้นในคนอ้วนจะทำให้อินซูลินทำงานได้ไม่ดีนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้น้อย
ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งผลจากการสำรวจสุขภาพผู้มีอายุ
15 ปี ขึ้นไป ผู้ชายร้อยละ 23
และผู้หญิงร้อยละ 34 น้ำหนักเกินมาตรฐานโดยพบในเขตกรุงเทพมหานครสูงที่สุด
ผู้ชายพบร้อยละ 32 ส่วนผู้หญิงพบร้อยละ
40 พบว่าทั้งชายและหญิงเฉลี่ยเกือบร้อยละ 80
กินผักผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือน้อยกว่าวันละ
4 ขีด (400 กรัม) หรือไม่ถึงวันละ
5 ทัพพีตักข้าว ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องเร่งควบคุมน้ำหนักตัว
นพ.ปราชญ์กล่าว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงดังกล่าว
ควรไปรับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่สถานบริการสาธารณสุขเป็นประจำ
และปฏิบัติตนเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวานโดยเลิกสูบบุหรี่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ลดอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์และไขมันสูง เช่น กะทิ
เนื้อสัตว์ติดมัน น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม
น้ำมันมะพร้าว
ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ขนมหวานต่างๆ
เพิ่มการรับประทานผักผลไม้ให้ได้วันละ 4-5 ทัพพีตักข้าว
โดยหากกินผักผลไม้เพียงพอ ท้องจะไม่ผูก จะลดความเสี่ยงโรคอ้วน
โรคเบาหวาน และเสี่ยงโรคมะเร็ง ลำไส้ลงได้มาก
เนื่องจากกากใยในผักผลไม้จะช่วยลดการสร้างและดูดซึมไขมันชนิดร้ายที่เรียกว่าคอเลสเทอรอลในร่างกายได้
และหากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30
นาที อาทิตย์ละ 3 วัน จะช่วยลำไส้มีการเคลื่อนไหว
ทำงานได้ดีขึ้น สำหรับอาการน่าสงสัยว่าจะเป็นเบาหวาน เช่น
ปัสสาวะมากและบ่อยครั้ง คอแห้ง กระหายน้ำ
ดื่มน้ำมาก หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด
โดยไม่ทราบสาเหตุ เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง
เป็นแผลหายช้า สายตาพร่ามัว หากมีอาการเหล่านี้
สามารถเข้ารับบริการตรวจได้ที่สถานพยาบาล
|